ANSWER FIRST

สรุปคำตอบ

EUDR จะเริ่มใช้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่ตั้งแต่ 30 ธันวาคม 2026 และกับรายเล็กส่วนใหญ่ตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2027 สินค้าใน Annex I ที่เกี่ยวข้องกับโค โกโก้ กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ถั่วเหลือง และไม้ ต้องปลอดการตัดไม้ทำลายป่าหลัง 31 ธันวาคม 2020 ผลิตถูกกฎหมาย และมี Due Diligence Statement หรือเอกสารตามระบอบที่เกี่ยวข้อง แม้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำและอาจใช้ Simplified Due Diligence ได้ แต่ยังต้องเก็บข้อมูล ผู้ส่งออกจึงควรตรวจ CN/HS Code ทำทะเบียน Supplier–Plot–Lot เก็บพิกัดทุกแปลง ควบคุมการปะปน และส่ง Data Pack ที่ย้อนกลับได้ให้ Operator ใน EU เนื้อหานี้เป็นกรอบเตรียมธุรกิจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ตรวจขอบเขตจาก CN/HS Code ใน Annex I ไม่ใช่ตัดสินจากชื่อสินค้าหรือวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว
  • สินค้าต้องปลอดการตัดไม้ทำลายป่าหลัง 31 ธันวาคม 2020 ผลิตถูกกฎหมาย และมีเอกสาร Due Diligence ที่ถูกต้องก่อนวางตลาด EU
  • ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำตาม Implementing Regulation (EU) 2025/1093 แต่ยังต้องเก็บข้อมูลและพิสูจน์ว่าไม่มีการปะปนหรือหลบเลี่ยงกฎ
  • Geolocation ต้องเชื่อมทุกแปลงผลิตกับ Supplier, Harvest, Lot, Processing และ Shipment โดยแปลงเกิน 4 เฮกตาร์ต้องใช้ Polygon ตามนิยามของกฎหมาย
  • ผู้ส่งออกไทยควรส่ง EUDR Data Pack ให้คู่ค้า EU ล่วงหน้า เพราะผู้ที่นำสินค้าเข้าสู่ตลาด EU ต้องใช้ข้อมูลนี้ประกอบ Due Diligence Statement
01

เริ่มจากขอบเขตและกำหนดใช้ ไม่ใช่เริ่มจากซื้อระบบ

EUDR ครอบคลุมสินค้าใน Annex I ที่มี ใช้เลี้ยง หรือผลิตจากโค โกโก้ กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ถั่วเหลือง และไม้ ตัวอย่างที่คณะกรรมาธิการยุโรประบุ ได้แก่ หนังสัตว์ ช็อกโกแลต ยางรถยนต์ และเฟอร์นิเจอร์ แต่การมีวัตถุดิบหนึ่งในเจ็ดรายการไม่ได้ทำให้สินค้าทุกชนิดอยู่ในขอบเขตโดยอัตโนมัติ จุดตัดสินคือรหัส Combined Nomenclature หรือ CN/HS Code ที่ระบุใน Annex I จึงต้องทำ Product Scope Matrix ราย SKU พร้อมเหตุผลและผู้ทบทวน ไม่ใช้ชื่อการค้าเป็นคำตอบสุดท้าย

ข้อผูกพันหลักเริ่ม 30 ธันวาคม 2026 สำหรับ Operator ขนาดกลางและใหญ่ และ 30 มิถุนายน 2027 สำหรับ Micro และ Small Operator ส่วนใหญ่ ส่วนรายเล็กที่เดิมอยู่ใน EU Timber Regulation ใช้วันที่ 30 ธันวาคม 2026 วันที่ผลิตและช่วงเปลี่ยนผ่านของสินค้าไม้มีรายละเอียดเฉพาะ จึงต้องแยก Timeline ตามสินค้า ขนาดกิจการ และบทบาท ไม่เหมารวมว่าทั้งองค์กรมีเส้นตายเดียว

02

ผู้ส่งออกไทยอาจไม่ใช่ Operator ใน EU แต่ข้อมูลต้นทางคือหัวใจ

Article 7 วางหลักว่าเมื่อบุคคลหรือนิติบุคคลนอก EU นำสินค้าที่เกี่ยวข้องเข้าสู่ตลาด ผู้ที่ตั้งอยู่ใน EU และเป็นรายแรกที่นำสินค้านั้นออกจำหน่ายจะถูกถือเป็น Operator การแบ่งหน้าที่จึงต้องดู Incoterms, ผู้นำเข้า Brand Owner, Distributor และผู้ยื่นศุลกากรจริง ไม่ควรสมมติว่าโรงงานไทยเป็นผู้ยื่น Due Diligence Statement เสมอ หรืออีกด้านหนึ่งคิดว่าเมื่อคู่ค้า EU เป็น Operator แล้วผู้ส่งออกไทยไม่ต้องทำอะไร

Operator จะพิสูจน์ Compliance ไม่ได้หาก Supplier ไทยส่งเพียง Invoice หรือ Certificate ทั่วไป สัญญาควรกำหนดรูปแบบ Geolocation สิทธิตรวจสอบ การแจ้งเปลี่ยนแหล่งผลิต และ SLA เมื่อพบความเสี่ยง พร้อมทำ RACI ระหว่างเกษตรกร ผู้รวบรวม โรงงาน ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และแบรนด์

03

ประเทศไทยความเสี่ยงต่ำ แต่ Simplified Due Diligence ไม่ใช่การยกเว้น

Commission Implementing Regulation (EU) 2025/1093 จัดประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศความเสี่ยงต่ำ ณ วันที่ทบทวนบทความ ข้อดีคือ Operator ที่พิสูจน์ได้ว่าสินค้าทั้งหมดมาจากประเทศหรือพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ อาจไม่ต้องทำ Risk Assessment และ Risk Mitigation ตาม Articles 10 และ 11 แต่ Article 13 กำหนดให้ประเมินก่อนว่าห่วงโซ่ไม่ได้ซับซ้อนจนเสี่ยงหลบเลี่ยง และไม่มีการผสมกับสินค้าที่ไม่ทราบแหล่งกำเนิดหรือมาจากพื้นที่ความเสี่ยงมาตรฐานหรือสูง

Low Risk ไม่ได้ยกเลิกข้อมูลตาม Article 9, Geolocation หรือเงื่อนไขว่าสินค้าต้อง Deforestation-free และผลิตถูกกฎหมาย หากมีข้อมูลใหม่หรือ Substantiated Concern ต้องกลับไปทำกระบวนการเต็มและแจ้งผู้เกี่ยวข้อง Classification ยังเปลี่ยนได้ จึงควรบันทึกวันที่และแหล่งอ้างอิงของสถานะประเทศ ไม่ฝังค่า Low Risk แบบถาวร

04

Geolocation ต้องเชื่อมแปลงจริงกับ Lot และ Shipment

กฎหมายให้นิยาม Geolocation เป็นพิกัด Latitude และ Longitude อย่างน้อยหกตำแหน่งทศนิยม สำหรับแปลงผลิตสินค้าที่ไม่ใช่โคและมีพื้นที่เกิน 4 เฮกตาร์ ต้องส่งเป็น Polygon ที่มีจุดเพียงพออธิบายขอบเขตแปลง ส่วนสินค้าที่มาจากหลายแปลงต้องรวมพิกัดทุกแปลงที่เกี่ยวข้อง ความท้าทายจึงไม่ใช่เพียงปักหมุด แต่ต้องป้องกันพิกัดซ้ำ พิกัดอยู่นอกแปลง รูป Polygon ตัดกัน หรือพื้นที่เก็บเกี่ยวไม่สัมพันธ์กับปริมาณที่ขาย

สร้าง Plot Master ที่มี Plot ID, ผู้ใช้สิทธิ, Commodity, พื้นที่และพิกัด แล้วเชื่อม Harvest Lot, Processing Batch และ Shipment ID อย่ารวมวัตถุดิบที่รู้พิกัดกับแหล่งไม่ทราบที่มา ใช้ Acceptance Server ทดสอบไฟล์ก่อนส่งจริง โดยแยกจาก Production Server ซึ่งเอกสารมีผลทางกฎหมาย

  • กำหนดรหัส Plot, Supplier, Lot, Batch และ Shipment ให้ไม่ซ้ำ
  • ตรวจ Coordinate, Polygon, พื้นที่ และความสัมพันธ์กับปริมาณผลผลิต
  • บันทึก Chain of Custody เมื่อรวบรวม แปรรูป แบ่ง Lot หรือ Repack
  • ตั้ง Change Control เมื่อเปลี่ยนแปลงแปลง Supplier โรงงาน หรือวัตถุดิบ
  • ทดสอบรูปแบบไฟล์ใน Acceptance Server ก่อนส่งข้อมูลจริง
05

Due Diligence ต้องพิสูจน์ 3 เงื่อนไขด้วยหลักฐานที่ตรวจได้

Article 3 กำหนดสามเงื่อนไขร่วมกัน ได้แก่ สินค้าต้อง Deforestation-free ผลิตตาม Relevant Legislation ของประเทศผู้ผลิต และอยู่ภายใต้ Due Diligence Statement หรือ Simplified Declaration ตามกรณี คำว่า Deforestation-free ใช้วันที่ตัด 31 ธันวาคม 2020 สำหรับวัตถุดิบที่ผลิตบนที่ดินที่ไม่ถูกตัดไม้ทำลายป่าหลังวันดังกล่าว และในกรณีไม้ยังรวมถึงการไม่ก่อ Forest Degradation หลักฐานภาพถ่ายหรือใบรับรองเพียงชิ้นเดียวจึงไม่ควรถูกใช้แทน Traceability ทั้งระบบ

Relevant Legislation ครอบคลุมสิทธิใช้ที่ดิน สิ่งแวดล้อม กฎป่าไม้ สิทธิบุคคลที่สาม แรงงาน สิทธิมนุษยชน หลัก FPIC ภาษี ต่อต้านคอร์รัปชัน การค้า และศุลกากร จัดทำ Evidence Matrix เชื่อมข้อกำหนดกับเอกสาร ผู้ออก พื้นที่ ช่วงเวลาที่ครอบคลุม วันหมดอายุ และผู้อนุมัติ เพื่อให้หลักฐานพิสูจน์ SKU หรือ Shipment ที่ขายจริงได้

06

เตรียม EUDR Data Pack ให้ Operator ส่ง Statement ได้โดยไม่ย้อนถาม

ก่อนวางสินค้าในตลาดหรือส่งออกจาก EU Operator ต้องทำ Due Diligence และส่ง Statement ผ่าน EUDR Information System โดย Annex II ระบุข้อมูล เช่น ผู้ดำเนินการ รหัสสินค้า คำอธิบาย ปริมาณ ประเทศผู้ผลิต และ Geolocation ของทุกแปลง ระบบจะสร้าง Reference Number ที่ใช้เชื่อมต่อในห่วงโซ่และศุลกากร การส่งข้อมูลแบบอีเมลกระจัดกระจายทำให้เกิด Version ผิดและตรวจย้อนกลับช้า ควรจัด Data Pack ต่อ Shipment หรือช่วงปริมาณที่กำหนดอย่างชัดเจน

Data Pack ควรมี Scope Decision และ CN Code, Supplier–Plot–Lot Mapping, GeoJSON, หลักฐาน Deforestation-free, Legal Compliance Matrix, Quantity Reconciliation, Chain of Custody และ Exception Log ควบคุม Version และเก็บหลักฐานอย่างน้อย 5 ปีตามหน้าที่ หากข้อมูลใหม่ชี้ความเสี่ยง ต้องหยุดการส่งต่อ ประเมินผล และแจ้ง Operator โดยไม่รอ Audit

07

แผน 90 วัน: เปลี่ยน Compliance ให้เป็นความพร้อมทางการค้า

วัน 1–30 ตั้ง EUDR Owner ทำ Scope Matrix, Role Map และ Gap Assessment เลือก Product Family ที่ขาย EU สูงสุดเป็น Pilot ขอ Requirement จาก Importer และทำ Plot–Supplier Register ด้วย Data Standard เดียวกัน อย่าเก็บข้อมูลทุกสินค้าก่อนรู้ว่า CN Code ใดอยู่ใน Annex I

วัน 31–60 ตรวจ Geolocation เชื่อม Lot–Batch–Shipment ทดลอง Quantity Reconciliation จัด Evidence Matrix ทดสอบไฟล์ในระบบฝึกของ EU และทำ Mock Trace จาก Shipment ถึงแปลง หากย้อนกลับไม่ได้ ให้แก้ Master Data และขั้นตอนคลัง

วัน 61–90 ทำ Dry Run กับ Importer หรือ EU Operator ตั้งแต่ Data Pack ถึง Statement Reference ทบทวน Low-risk Assumption และติดตาม KPI เช่น SKU ที่ Scope แล้ว ปริมาณที่มี Geolocation ผ่านตรวจ Shipment ที่ย้อนถึงทุกแปลงได้ เวลาจัด Data Pack และ Supplier Readiness เป้าหมายคือผ่านกฎโดยยังส่งมอบได้เร็วและรักษาความเชื่อมั่นคู่ค้า

  • Scope coverage ของ SKU ที่ส่ง EU = 100% ก่อนรับคำสั่งซื้อรอบบังคับใช้
  • Geolocation validation pass rate และ Plot-to-Lot traceability สูงกว่า 98% ก่อน Scale
  • Data Pack completeness ต่อ Shipment และเวลาปิด Exception
  • Supplier readiness แยกตามมูลค่า ความเสี่ยง และความสำคัญต่อกำลังผลิต
  • Mock trace time จาก Shipment กลับถึงทุก Plot และจาก Plot ไปถึง Shipment ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. European Commission — Regulation on Deforestation-free Products, updated 2026
  2. EUR-Lex — Consolidated Regulation (EU) 2023/1115, 26 December 2025
  3. European Commission — EUDR Guidance Document, 13 July 2026
  4. European Commission — 5th FAQ on EUDR Implementation, 4 May 2026
  5. European Commission Green Forum — Roles and Responsibilities under EUDR
  6. European Commission Green Forum — Understand Due Diligence
  7. European Commission Green Forum — EUDR Information System
  8. EUR-Lex — Implementing Regulation (EU) 2025/1093 Country Classification
  9. EUR-Lex — Commission Notice on the Temporal Scope of EUDR, 2026/C 3896
ตรวจสอบแหล่งข้อมูลล่าสุดเมื่อ 18 สิงหาคม 2569 เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป และควรพิจารณาบริบทเฉพาะของแต่ละองค์กรก่อนนำไปใช้

BRAND × INSPIRE × ACTION

อยากเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นระบบที่ใช้งานได้จริง?

ปรึกษา BrandBandaan เพื่อวางกลยุทธ์ สร้างแบรนด์ เว็บไซต์ และระบบการสื่อสารที่พร้อมเติบโต
ส่ง Project Brief